[Fic POT] The End of 10 Years (Tezuka x Atobe)

Title : The End of 10 Years

Fandom : Prince of Tennis

Pairing : Tezuka x Atobe

Note : อาโตเบะเรื่องนี้โคตรสาวน้อย 555+

tezuato01

“ฮัลโหล”
“อยู่ไหนเหรอ”
“เพิ่งซ้อมเสร็จน่ะ”
“…”
“มีอะไรรึเปล่า”
“…”
“อาโตเบะ”
“คืนนี้.. ว่างมั้ย?”
“อืม”
“ค้างห้องฉัน… ได้รึเปล่า”
“…”
“…”

ความเงียบของทั้งคู่
และก็จบด้วยการวางสายของฝ่ายโทรไป

อาโตเบะล้มต้วลงบนเตียงกว้าง ในห้องสูทหรูหราของเขา
นึกถึงบทสนทนาเมื่อครู่ แล้วก็รู้สึกว่าน่าขายหน้าสิ้นดี แต่ก็ช่างเถอะ
อาจจะเพราะความเมานิดๆ จากไวน์ที่ดื่มมาก่อนหน้านี้ ถึงทำให้เขากล้าเอ่ยปากชวนปลายสายมาที่ห้อง ทั้งที่ปกติ เขาคงไม่มีวันพูดอะไรแบบนั้นแน่ๆ

หลับตาลง ภาพที่เขาเห็นเมื่อตอนกลางวันแล่นเข้ามาในหัว รบกวนจิตใจไม่หาย
เทะสึกะยืนคุยและประคองเอวชายหนุ่มหน้าหวานคนหนึ่งอย่างสนิทสนม
เป็นคนที่เขาก็รู้จักดีว่าเป็นเพื่อนสนิทของเทะสึกะ ‘ฟูจิ ชูสึเกะ’
สะบัดหัว พยายามไล่ความคิดในหัวออกไป
ตอนนี้เขาเบื่อ ไม่อยากคิดอะไรยุ่งยากแล้ว

เขากับเทะสึกะเป็นเพื่อนกัน
คงจะเรียกอย่างนั้นได้… ล่ะมั้งนะ
ถ้าไม่นับ ความรู้สึกของเขา… ที่เกินเลยไปกว่านั้น

รู้จักกันมาตั้งแต่ ม.ต้น
เคยเป็นคู่แข่งด้านเทนนิสด้วยกัน
แต่ตอนนี้ พวกเขาเดินกันคนละทางแล้ว

เทะสึกะกลายเป็นนักเทนนิสมืออาชีพของญี่ปุ่น
ส่วนเขา นักธุรกิจแบรนด์ดัง
อย่างที่รู้กันดีว่าตระกูลอาโตเบะนั้นรวยล้นฟ้าขนาดไหน
ธุรกิจหลายประเภทมากมาย หนึ่งในนั้น ก็เป็นแบรนด์ด้านอุปกรณ์กีฬาชั้นนำ
แถมยัง เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ให้สมาคมที่เทะสึกะอยู่นั่นอีก
เขาทั้งคู่ ก็เลยได้เจอกันบ้างบ่อยๆ เป็นครั้งคราว

จะเรียกว่าสนิท อาโตเบะก็ไม่กล้าพูดได้เต็มปาก
เพราะก็ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะคิดแบบเดียวกัน
เทะสึกะเป็นคนไม่ค่อยพูด
แต่เขาทั้งคู่ ก็ชอบอะไรคล้ายๆ กัน
แถมบางครั้ง ก็ชอบเผลอทำอะไรให้เขาเก็บเอาไปคิดเข้าข้างตัวเองซะอีก
เอาเป็นว่า สนิทระดับหนึ่ง ที่สามารถโทรศัพท์หากันได้โดยไม่ต้องเกริ่นแนะนำตัวให้มากความ

ที่โทรเมื่อกี๊ก็… จะเรียกว่าสิ้นคิดได้มั้ยนะ
เขาไม่เคยชวนเทะสึกะหรือใครก็ตาม มาที่ห้องมาก่อน
แถมที่เอ่ยปากนั่น ไม่ได้หมายความแค่เพียงตามที่พูดหรอกนะ

‘อยากนอนกอดเทะสึกะ’
‘อยากบอกความรู้สึก ที่คับแน่นอยู่ในใจ นี้ออกไป’

นั่นล่ะ ความรู้สึกที่แท้จริงของเขา ตอนที่โทร
น่าอายชะมัด… ให้ตายเถอะ อย่างกับผู้หญิง นายไม่เคยเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ
ไม่เคยพูด ไม่เคยแสดงท่าทาง ไม่เคยมีพิรุธให้เทะสึกะเห็น
ว่าชอบอีกฝ่ายขนาดไหน ตั้งแต่เจอกันสมัยม.ต้นนั่นแหละ
วางตัวเป็นเพื่อนธรรมดามาตลอด
จนกระทั่งที่โทรไปเมื่อครู่

เก็บความรู้สึก ทุกๆ อย่าง… มาได้ตั้งหลายปีแท้ๆ
ดันมาพัง เพราะคำพูดของโอชิทาริ ยูชิ เพื่อนสนิทเก่าแก่ของเขานี่ละ

“จะเก็บความรู้สึกของของนาย ไปจนวันตายเลยรึไง”
“ก็คงอย่างนั้น”
“ไม่สมเป็นนายเลยนะ คุณหนูอาโตเบะที่มั่นใจไปซะทุกเรื่องคนนั้นหายไปไหนซะล่ะ”
“ฉันเป็นของฉันแบบนี้ล่ะ นายมีปัญหารึไง อ๋า?”
“ไม่มีประโยชน์หรอก ที่จะทำแบบนี้ต่อไปน่ะ อาโตเบะ นายมีแต่เจ็บซะเปล่า”
“…”
“ลองบอกความรู้สึกของนายกับเทะสึกะออกไปสิ”
“ใครจะไปทำเรื่องแบบนั้นกัน!”
“ถ้าฉันไม่เป็นฝ่ายบอกรักกาคุโตะ นายคิดว่าพวกฉันจะได้คบกันอย่างทุกวันนี้มั้ย”
“แต่กับหมอนั่น มันไม่เหมือนกัน”
“อาโตเบะ ฉันคิดว่า 10 ปีน่ะมันนานเกินพอแล้ว สำหรับการแอบรักของนาย”
“…”
“นายควรจะจบเรื่องนี้ซะที ลองวัดใจดู ถ้าเทะสึกะเองไม่ได้ชอบนาย นายจะได้ปลดปล่อยจากความรักที่จับต้องไม่ได้ซะที”

โอชิทาริเอ่ย เขาอยากให้เพื่อนของตนมีความสุขและมีคนดูแลเสียที
ตัวเขาเองนั้นพอจะรู้มาบ้างตั้งแต่สมัยม.ต้นว่า อาโตเบะนั้นแอบชอบเทะสึกะ กัปตันชมรมเทนนิสแห่งโรงเรียนเซชุน โรงเรียนคู่แข่ง
ใช่ว่าอาโตเบะบอกกับเขาตรงๆ แต่เขาที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน ชมรมเดียวกัน ก็เลยดูออก
ไปเซ้าซี้มากเข้าจนเจ้าตัวเผลอหลุดปากออกมาเองนั่นล่ะ ถึงจะอ้อมแอ้มยอมรับ

ตอนนั้น เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัวของอาโตเบะ
หลังจากจบม.ต้นมา ทั้งตัวเขาและอาโตเบะ รวมทั้งคนอื่นๆ ต่างก็มีเส้นทางของตัวเอง
เทนนิสกลายเป็นเพียงงานอดิเรก จะมีก็แต่เทะสึกะ ที่ยังคงยึดมั่นในเส้นทางเทนนิสของตนเอง จนได้เป็นนักเทนนิสมืออาชีพอย่างปัจจุบัน

ไม่ได้เจอกันก็นานแล้ว เขาจึงไม่คิดว่า อาโตเบะจะยังคงแอบรักอีกฝ่ายอยู่
จนกระทั่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ที่โอชิทาริเจอคนทั้งคู่ เทะสึกะและอาโตเบะด้วยกัน
ถึงเพิ่งจะรู้ว่าทั้งคู่กลับมาติดต่อกัน ก็ด้วยเรื่องงาน
ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตามประสา “เพื่อนเก่า”
พอถามก็ได้ความว่ายังคงเป็นแค่เพื่อน
อาโตเบะ เคย์โกะ ไม่ได้คืบหน้าไปจากเมื่อ 10 ปีก่อนเลย

โอชิทาริไม่อาจปล่อยให้เพื่อนของเขาเป็นแบบนี้อีกต่อไป
อาโตเบะเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์พร้อม ทั้งรูปร่างหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล
มีคนรุมจีบมากมาย ทั้งหญิงและชาย แต่เจ้าตัวก็ไม่สนใจ ใช้ความหยิ่งยโสเป็นเกราะกำบัง
ถึงอย่างนั้นก็เป็นคนจริงใจ แค่ปากแข็งไปหน่อย

เทะสึกะจะรู้ตัวมั้ย ว่าตัวเองน่ะเป็นคนพิเศษขนาดไหน ถึงเข้าถึงอาโตเบะได้ระดับนั้น
แต่อาโตเบะก็คงไม่ได้สิ้นหวังซะทีเดียว เพราะถ้ามองไม่ผิด เขาคิดว่าเห็นสายตาที่เทะสึกะใช้มองอาโตเบะ
มันแฝงความอ่อนโยน แบบเดียวกับที่เขามองกาคุโตะ คนรักของเขานั่นแหละ

และคืนนี้ ที่อาโตเบะตัดสินใจแล้ว
เขาจะสารภาพรักกับเทะสึกะ
‘เจ็บแต่จบ’
ให้มันเป็นแบบนั้นแหละ ถ้าหากเทะสึกะจะรับไม่ได้ และไม่อยากเป็นเพื่อนกับเขาอีกต่อไป

แต่ว่า คงไม่ต้องแล้วล่ะมั้ง
ก็อีกฝ่ายเล่นเงียบ ไม่ตอบอะไร
คงจะอึ้งสินะ อยู่ดีๆ ก็โทรไปพูดแบบนั้นเข้า
หมอนั่นคงไม่มาหรอก แน่สิ ก็ห้องพักเขาอยู่ที่ไหน เขาเองก็ไม่เคยบอกหมอนั่นซะหน่อย
แล้วหมอนั่นจะมาถูกได้ไง
ดีแล้ว เขาจะได้ตัดใจซะที
และจากนี้ เขาและเทะสึกะ คงจะต้องเป็นเพียงคนรู้จักกัน อย่างที่มันควรจะเป็น

.

.

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูตอนที่อาโตเบะกำลังจะเคลิ้มหลับ
ไม่ได้สั่งรูมเซอร์วิสนี่นา อาโตเบะขมวดคิ้ว แต่เขาก็จำใจเดินไปเปิด
และอึ้ง หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง กระพริบตาปริบๆ
เทะสึกะในชุดลำลอง ยืนทำหน้านิ่ง อยู่ที่หน้าประตูห้องของอาโตเบะ

“มาได้ไงน่ะ อ๋า?”
“ขับรถมาน่ะ”
หมอนี่… จะกวนเขารึไงกันนะ
“เอ่อ งั้นเข้ามาก่อนสิ”

เชิญแขกเข้ามานั่งที่ชุดโซฟา

“จะรับเครื่องดื่มอะไรมั้ย”
“น้ำเปล่าก็พอ”
“นาย.. รู้จักห้องของฉันด้วยเหรอ”
“รู้สิ”

แล้วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ

อยากถาม ว่ารู้ได้ยังไง แต่ก็ไม่ดีกว่า เขาไม่ชอบเซ้าซี้ใครให้มากความ
พอเทะสึกะมาเข้าจริงๆ อาโตเบะก็ทำตัวไม่ถูก
ไอ้ความกล้าตอนโทรไปชวน ไม่รู้มันหายไปไหนหมด
แต่นี่มันก็เหนือความคาดหมายนี่นา ก็เขาน่ะไม่ได้คิดว่าเทสึกะจะมาจริงๆ นี่
เห็นเงียบไปแบบนั้น ใครจะไปคิดล่ะ ว่าจะมาจริงๆ แถมรู้ที่อยู่ห้องเขาได้ยังไงก็ไม่รู้

“นายจะกลับก็ได้นะ”
“ทำไมล่ะ”
“ก็… นายอาจจะไม่สะดวก”
“อืม”
“โทษที ที่โทรไปกะทันหัน ฉันเมาอยู่หน่อยๆ น่ะ”
“อืม ห้องนอนอยู่ทางไหนล่ะ” เทะสึกะว่าพลางหิ้วกระเป๋าทำท่าจะไปเก็บ
“เอ่อ ไม่ได้จัดห้องไว้ให้น่ะ ไม่คิดว่านายจะมาจริงๆ”
“ฉันหมายถึงห้องนอนของนาย” หันมามองเจ้าของห้อง “ได้รึเปล่า”
“ท..ทางขวา”

เทะสึกะลุกไปตามทางที่อาโตเบะบอก ก่อนจะหันมากล่าวทิ้งท้าย

“อาโตเบะ”
“อ๋า?”
“อย่าโทรไปอ้อนใคร แบบนี้อีกล่ะ… นอกจากฉัน”
“ใครอ้อนนายกัน เจ้าบ้า…”

เทะสึกะเข้าในห้องแล้ว ร่างโปร่งเจ้าของห้องหน้าขึ้นสีจางๆ
นี่ตกลงเขาต้องนอนห้องนอนเดียวกับเทะสึกะจริงๆ ใช่มั้ย
เทะสึกะก็มาตามที่นายต้องการแล้วไง
ไหนว่าจะสารภาพรัก มาตอนนี้ คิงอย่างเขากลายไปคนปอดแหกกับเรื่องแค่นี้ไปซะได้

แต่ขอยืดเวลาออกไปอีกนิดจะได้มั้ย
ถึงจะแอบหวังอยู่บ้างก็เถอะ แต่พอเป็นเรื่องเทะสึกะ เขาก็เสียศูนย์ไม่มั่นใจขึ้นมาซะอย่างงั้น
อย่างน้อย ถ้าเขา จะต้องตัดใจจากเทะสึกะจริงๆ
ขอแค่คืนนี้ ให้เขาได้อยู่กับเทะสึกะ เป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนที่ทุกอย่างจะจบ และจะกลายเป็นหมดความหมายต่อกันอีก
แล้วในวันพรุ่งนี้เช้า เขาจะบอกความรู้สึกอันยาวนานนี้ออกไป ที่อาจจะแลกด้วยมิตรภาพที่ต้องจบลง

เมื่ออาโตเบะเข้ามา ก็เห็นเทะสึกะนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้

“ถ้านายจะอาบน้ำ เครื่องใช้อยู่บนชั้นนั่นน่ะ นายจะใช้เสื้อผ้าของฉันก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไร ฉันเพิ่งอาบน้ำมาจากที่ยิม”
“งั้นฉันไปอาบน้ำก่อน นายจะอ่านหนังสือบนเตียงก็ได้นะ”

ให้ตายสิ เขาไม่กล้าสบตาเทะสึกะตอนนี้เลยจริงๆ
คิดพลางแช่ในอ่างน้ำอุ่นที่โรยด้วยกลีบกุหลาบแบบที่เขาชอบ
ที่แช่น้ำนี่ อาโตเบะก็พอรู้ตัวว่าตัวเองเหมือนจะพยายามถ่วงเวลาที่จะออกไปเจอหน้าอีกคนในห้อง
พออยู่กันสองต่อสองแล้วเขารู้สึกเขินกว่าปกติ ทำตัวไม่ถูก
เพราะทุกที ที่เขามักจะเจอกัน หรือไปไหนด้วยกัน ก็เป็นที่สาธารณะ อย่างฟิตเนส ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ หรือสถานที่ตกปลา

แล้วคืนนี้ เขาจะนอนกับเทะสึกะบนเตียงดีรึเปล่า หรือเขาจะออกไปนอนโซฟาดี กลัวจะไปละเมออะไรแปลกๆ ใส่เทะสึกะอีก
ไม่สิ จุดประสงค์ของเขาคืออยากใช้เวลาร่วมกับเทะสึกะคืนนี้เป็นครั้งสุดท้ายนี่นา
อยากอยู่ใกล้ๆ เทะสึกะ อยากมองหน้าเทะสึกะตอนหลับ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสนั้นอีก
หรือเขาจะลงไปนอนข้างเตียงดี แต่คุณหนูอย่างเขาเคยทำอะไรแบบนั้นซะที่ไหนกันเล่า ให้ตายสิ

หลังจากอาบเสร็จ เตรียมใจไปแล้ว ก็ปรากฏว่าเขาดันลืมหยิบเสื้อผ้าเข้ามาเปลี่ยนในห้องน้ำซะอีก
โอ๊ย จะบ้าตาย เพราะหมอนั่นคนเดียว มัวแต่คิดเรื่องหมอนั่น จนเขาไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้
นี่ยังดีที่มีชุดคลุมอาบน้ำอยู่แล้ว ก็เลยต้องเดินออกไปทั้งชุดคลุมนั่นแหละ

พอเปิดประตูออกมา เทะสึกะที่นั่งอ่านหนังสือบนเตียงก็เงยหน้าขึ้นมามองตามร่างโปร่งของเจ้าของห้อง เดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้
ถ้าเป็นปกติ อาโตเบะคงใส่เสื้อผ้าตรงตู้นั่นแล้ว แต่เพราะมีเทะสึกะอยู่ ก็เลยจำใจต้องเดินเอาไปเปลี่ยนในห้องน้ำ

“มองอะไรของนายน่ะ อ๋า”
รู้สึกได้ว่าเทะสึกะมองตนตามอยู่ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ตอบอะไร แค่อมยิ้มเล็กๆ
ปกติเทะสึกะมักจะทำหน้าเฉยๆ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกหรือยิ้มซักเท่าไหร่นัก
รอยยิ้มนานๆ ทีจะโผล่มาให้เห็นนั้น ก็มักจะมาตอนที่เขาเหมือนถูกแกล้งหรือแอบแซวเขาอยู่โดยไม่ปริปากพูด
หรือบางทีก็มาพร้อมกับการกระทำอ่อนโยนอย่างเช็ดอะไรติดที่หน้าออกในบางครั้ง
แต่ก็ใช่ว่าอาโตเบะไม่ชอบหรอกนะ เทะสึกะที่เงียบขรึม เข้มงวด แต่ก็อ่อนโยน และใจดีกับทุกๆ คน รวมทั้งเขาด้วย
ความจริงก็คือ เขาชอบทุกอย่างที่เป็นเทะสึกะนั่นแหละ

“ทำอะไรของนาย”
เทะสึกะเอ่ยถามขณะเห็นอาโตเบะพยายามดึงผ้านวมลงไปปูข้างเตียงอย่างเก้ๆ กังๆ
“ปูที่นอนน่ะสิ ไม่น่าถาม”
“ทำไม”
ร่างสูงขมวดคิ้ว เดินไปดึงแขนพลางผลักร่างโปร่งล้มลงนอนบนเตียง พอคนล้มทำท่าจะดื้อลุกมา เขาจึงดึงร่างบางมานั่งตักกอดจากด้านหลังเอาไว้ ใบหน้าเกยไหล่ในระดับเดียวกับใบหน้าคนถูกกอด อาโตเบะตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก

ใช่ มีหลายครั้งที่เขาเคยถึงเนื้อถึงตัวกันในลักษณะคล้ายแบบนี้ แต่ก็มักจะเป็นความบังเอิญซะมากกว่า และเป็นเขาที่เอาแต่ใจเต้นแรงอยู่ฝ่ายเดียว นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่อาโตเบะถูกดึงมากอดตรงๆ แบบนี้ เขาไม่กล้าหันไปมองหน้าอีกฝ่าย จึงไม่แน่ใจในการกระทำของเทะสึกะนัก

“นายยังไม่ตอบคำถามฉัน”
“มารยาทเจ้าบ้าน ก็ต้องให้แขกนอนเตียงสิ”
“นายนอนบนเตียงด้วยกันก็ได้นี่”
“ก..ก็ ฉัน…นอนดิ้น!”
“เตียงคิงไซส์นี่น่ะเหรอ”

เป็นเหตุผลที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย อาโตเบะเสมองไปทางอื่น หน้าเริ่มขึ้นสีจัด เพราะจนด้วยคำพูดแย้ง ไหนจะลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดหูเขานั่นอีก
“ฉันไม่ปล่อยให้นายนอนดิ้นจนตกเตียงหรอก” คล้ายกับจะได้ยินเสียงคนยิ้มยากหัวเราะขบขันเบาๆ ในลำคอ ก่อนเสียงทุ้ม จะกระซิบข้างหูคนในอ้อมกอด “ถ้าได้นอน… น่ะนะ”

แปร๊ด >////<

หมายความว่าไงน่ะ เจ้าหมอนี่!
นายจะปั่นหัวฉันไปถึงไหนกัน!

“นอนบนเตียงก็ได้! ปละ..ปล่อยได้แล้ว”

อาโตเบะพยายามแกะแขนที่โอบรอบเอวของเขา ขอเขาออกไปตั้งหลักก่อนได้มั้ย รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นจนจะหลุดออกมาจากหน้าอกอยู่แล้ว หลังจากสนิทกัน อาโตเบะจึงเพิ่งรู้ว่าเทะสึกะเองก็มีนิสัยแกล้งคนอื่นหน้าตายอยู่เหมือนกัน บางครั้งเทะสึกะก็เคยแกล้งหยอกเขาสไตล์หน้านิ่งๆ แต่วันนี้กลับดูคุกคามเขามากกว่าปกติยังไงบอกไม่ถูก จะมากไปแล้ว นี่มันห้องเขาถิ่นเขานะ ร่างสูงคลายมือออกคล้ายจะปล่อย แต่กลับพลิกตัวให้ร่างโปร่งลงไปลงนอนและขึ้นคร่อมทับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

“อะไรของนายเนี่ย!!” ร่างข้างใต้พยายามดิ้น แต่แน่ล่ะ แรงคนทำงานออฟฟิศกับนักกีฬา อันที่จริงแค่รูปร่างมันก็ผิดกันอยู่แล้ว คนข้างบนยึดข้อมือไว้แน่น จนผิวขาวของอาโตเบะเกิดรอยแดงจางๆ

“อาโตเบะ” เทะสึกะจ้องตาตรงๆ กับอีกฝ่ายจนอาโตเบะหยุดดิ้น “นายให้ฉันมาหาที่ห้องเพื่ออะไรกันแน่” คนถามหรี่ตาคล้ายจะคาดคั้นคำตอบอยู่ในที กลายเป็นฝ่ายอาโตเบะที่พูดไม่ออก และหลบตา
“ว่าไงล่ะ” เทสึกะก้มหน้าลงจนเกือบจะชิดกับใบหน้าอีกฝ่าย ขณะที่อาโตเบะพยายามเอียงหน้าหนี
“เปล่านี่ เชิญมาเยี่ยมบ้าน ไม่ได้รึไง”
“จริงเหรอ?”
“บอกไปแล้วนี่ ฉันก็แค่เมา เลยเผลอกดโทรไปก็เท่านั้น”
“อืม”

จู่ๆ คนด้านบนก็พลิกตัวเองลงไปนอนมองเพดานข้างๆ ร่างโปร่ง เกิดความเงียบระหว่างคนทั้งคู่ และอาโตเบะที่ครุ่นคิด
อะไรกัน สายตาแบบนั้น เหมือนจะตัดพ้อและผิดหวังอยู่ในทีของเทะสึกะที่ทำให้เขารู้แย่อย่างบอกไม่ถูก ร่างโปร่งได้แต่ก่นด่าตัวเองว่าขี้ขลาดอยู่ในใจ

แต่ในที่สุด อาโตเบะก็คิดได้ โอกาสมาถึงแล้ว สิ่งที่เขาควรทำคือวางทิฐิตัวเอง และบอกเทะสึกะไปตรงๆ ที่ผ่านมา แม้เทะสึกะจะทำให้เขาหวั่นไหวหลายครั้ง จนทำให้เขาเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่ 100% ซะทีเดียว เพราะอีกฝ่ายนั้นอ่านยาก และก็มีท่าทีที่ดีกับคนอื่นไม่ต่างจากเขา ไหนจะการกระทำที่กอดเขาอยู่เมื่อครู่แต่ตอนนี้กลับเมินเฉยสนใจเพดานห้องมากกว่าตัวเขาซะงั้น เจ้าบ้าเอ๊ย!

“ฉันชอบนาย”
“…”
“ฉันชอบนายมานานแล้ว! ตั้งแต่ที่เจอกันตอนม.ต้น แล้วคืนนี้ฉันก็แค่อยากนอนกอดนาย อยากบอกนายซักที! ฉันเบื่อเต็มทนแล้วที่ต้องอมพะนำ พอใจรึยังล่ะ!!”

ถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาราวเขื่อนแตก อาโตเบะลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับที่เทะสึกะลุกขึ้นนั่งตาม นัยน์ตาฟ้าเข้มมองตรงเข้าไปยังนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่มองและทอดแววที่เขาอ่านไม่ออก
เขาเทไพ่หมดหน้าตักแล้ว
แม้คำพูดสารภาพรักอาจจะเป็นคำพูดง่ายดายสำหรับใครหลายๆ คน
แต่สำหรับอาโตเบะแล้วมันแตกต่าง
และมันยากมากสำหรับคนอย่างเขาผู้เคยเป็นที่หนึ่งในทุกๆ ด้านเสมอมา และไม่เคยยอมลงให้ใครมาก่อน
การเป็นฝ่ายพูดออกไป ร้องขอความรักที่ไม่รู้ว่ามันจะจบที่ตรงไหน มันทำให้เขาทั้งรู้สึกแพ้และสมเพชตัวเอง
แต่ก็นั่นล่ะ มันยังคงเป็นความจริงที่ว่า
ไม่ว่าเขาจะเคยแพ้ชนะในคอร์ตเทนนิสมาแล้วกี่ครั้ง
แต่เทะสึกะ คุนิมิสึ ก็ยังเป็นผู้ชายที่อาโตเบะ เคย์โกะ แพ้ราบคาบในเรื่องหัวใจตลอดมา

“หึๆๆ นายนี่นะ”
“น่าขำมากสินะ ถือว่าฉันไม่ได้พูด–” พูดไม่ทันจบเทะสึกะกลับเอามือปิดปากคนพูดไว้อย่างนั้น เจ้าตัวเขยิบตัวเข้าไปนั่งชิดและส่งรอยยิ้มอ่อนโยนที่ชอบขับให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นยิ่งชวนมองขึ้นไปอีก

“พูดแล้วอย่าคืนคำสิ” พูดพลางเกลี่ยแก้มใสเบาๆ ที่เริ่มขึ้นสีจาง
“…”
“ฉันก็ชอบนาย ดูไม่ออกเหรอ”
“คนหน้าเดียวอย่างนาย ใครจะไปดูออกกัน!” เทะสึกะไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ รู้เพียงแต่คงไม่ใช่หน้าเดียวเฉยเมยอย่างเคยแน่ๆ เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองยิ้มมากขนาดนี้มาก่อนเลย คนตรงหน้ายามเขินอายนี่ก็น่ารักสุดๆ จนเขาชักจะอดใจไม่ไหวแล้วสิ

“แล้ว… ฟูจิล่ะ”
“ฟูจิทำไม”
“นายไม่ได้คบกับเขาอยู่รึไง?” อาโตเบะหรี่ตาคล้ายจะคาดคั้น ส่วนเทะสึกะทำหน้างง
“เปล่า”
“ก็เมื่อเช้า นายกอดกันอยู่ไม่ใช่รึไง ฉันเห็นนะ!” ร่างสูงจะทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ ก่อนจะอมยิ้ม
“ฟูจิเดินเพิ่งล้มขาเจ็บมาน่ะ ฉันเลยประคองไปส่ง วันนี้คงไปหาหมอแล้วล่ะ”
“งั้นเหรอ”
“หึงเหรอ?”
“เปล่าซะหน่อย! ก็แค่ถามดู” อาโตเบะพยายามเบนหน้าไปทางอื่นเพราะทนสายตาของคนตรงหน้าไม่ไหว ให้ตายเถอะ เขารู้สึกเหมือนจะระเบิดเพราะความอายให้รู้แล้วรู้รอดไป
“คบกันนะ อาโตเบะ”

คำที่ได้ยินทำเอาหัวใจพองโต คำที่เขาเคยหวังและไม่คิดว่าจะได้ยินมาตลอด 10 ปี ในที่สุดเขาก็ได้มันมา มันช่างเป็นเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยจริงๆ แต่ก็รู้สึกดีใจเอามากๆ

“ถ้าพูดขนาดนั้น จะยอมตามใจก็ได้” ร่างบางยิ้มกว้างสดใสที่ช่วยขับใบหน้าสวยให้ดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้นไปอีก จนเทะสึกะอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ เขาดึงตัวอาโตเบะเข้ามากอด แม้จะเสียดายอยู่บ้างที่การกอดทำให้ไม่ได้มองใบหน้าที่งดงามของอีกฝ่าย แต่ไออุ่นจากร่างกายคนในอ้อมกอดก็ชวนให้รู้สึกดีไม่แพ้กัน

“มีเรื่องที่นายยังไม่รู้” เทะสึกะพูดขึ้นเมื่อปล่อยคนตรงหน้ากลับมามองตากันอีกครั้ง ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองรึเปล่า เหมือนเทะสึกะจะอมยิ้มที่อาโตเบะรู้สึกว่าดูเจ้าเล่ห์ชอบกล ไม่หรอก เทะสึกะไม่ใช่ยูชิเพื่อนเขาซะหน่อย เขาไม่ใช่คนแบบนั้น…รึเปล่านะ?

“ข้อแรก… ฉันชอบนายมานานแล้ว ตั้งแต่ ม.ต้น นั่นล่ะ” อาโตเบะทำหน้าเหวอเหมือนไม่เชื่อ ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นคุณหนูผู้รักษาฟอร์มยิ่งกว่าอะไรมาดหลุดเช่นนี้ แต่นั่นก็เป็นความจริง อาโตเบะนั้นเป็นคนหน้าตาดีและโดดเด่นมาตั้งแต่เด็ก เขาเองก็บอกไม่ถูกว่าหล่อหรือสวย แต่ตอนเห็นครั้งแรกก็ทำให้เขาเผลอมองตามไม่วางตา แต่ก็แค่นั้น เขาเพิ่งมาชอบอาโตเบะหลังจากที่เขาทั้งสองค่อนข้างสนิทกันในช่วง ม.ต้นปี 3 ช่วงเวลาที่เทนนิสเป็นเป้าหมายที่ต้องฝ่าฟัน และมันก็เป็นความทรงจำดีๆ ที่เขารู้สึกขอบคุณจริงๆ

“ข้อสอง… ฉันกับฟูจิ ไม่ได้เป็นอะไรกัน และเขา..เอ่อ…… เป็น ‘รุก’ น่ะ” คิดแล้วก็ขำในใจที่เห็นอาโตเบะหน้าเหวอยิ่งกว่าเมื่อครู่ จริงๆ เขาก็ไม่ได้อยากเอาเรื่องส่วนตัวของเพื่อนมาบอกแบบนี้หรอก แต่เขาไม่อยากให้อาโตเบะไม่สบายใจ เพราะฟูจิเองก็ถูกเข้าใจผิดกับเขาบ่อยๆ ใครจะรู้ว่าภายใต้ใบหน้าสวยหวานนั่นมันเสือซ่อนเล็บชัดๆ แถมฟูจิเองก็เคยแซวกับเขาอีกว่าอาโตเบะสวยดีจนอยากจะลองจีบ จนเขาเผลอแสดงสีหน้าบึ้งตึงออกไปจนอีกฝ่ายล้ออีกต่างหาก

“และข้อสาม… ” เทะสึกะยกยิ้มแบบที่ดูไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย มือแกร่งจับข้อมือและกระเถิบเข้าไปแนบชิดกับร่างบาง และกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ข้างหู ลมหายใจร้อนผ่าวรดใบหูจนอาโตเบะตัวแข็งทื่อ “โตแล้วนะ อาโตเบะ”
“จะพูดอะไร อ๋า?!”
“ผู้ใหญ่น่ะ เค้าไม่ชวนมาห้องแค่มานอนกอดกันหรอกนะ หึๆ”
“อ๊ะ… อื้อ!!” พูดได้แค่นั้นก็ส่งเสียงร้องอะไรไม่ได้อีก เพราะปากถูกบดจูบจนโวยวายอะไรไม่ได้แล้ว ที่เหลือก็ครางทั้งคืน

End.

Advertisements

2 Comments

  1. งู้ยยยยยยยย ชอบพล็อตเรื่องนี้ค่ะ แต่เราว่าเบะไม่สาวน้อยนะ แต่ดูเป็นคนอ่อนไหวโดยที่ภายนอกแสดงออกเป็นอีกแบบนึงมากกว่า >< ชอบการบรรยายแบบนี้ค่ะ แต่เราว่ากระชับมากไปหน่อย ถ้าตบ Enter ลงมาให้เยอะๆ เว้นให้มีจังหวะจะดึงอารมณ์ได้ดีเลยทีเดียว โดยรวมชอบค่ะ ชอบบบบบบบบบบ ❤ เขินพี่เทะมากเลยยยยย เหมือนจะหลุดมาดนิ่งออกมาทำให้เบะดู Special ยิ่งฉากจบนะคะ -//////- ตายไปเลอออออ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ชอบเรื่องนี้ ฮือๆๆ อยากรีไรท์เลย

    1. ว้ากกกกกกก จะรีไรต์เหรอคะ!! ได้เลยค่ะ เอาไปเลยค่ะ \\ประเคนใส่พานพุ่มพร้อมฝังเพชร77กะรัต 5555+ ไม่ต้องลงเครดิตเราด้วยนะ เอาไปยำไปเขียนใหม่ตามสบายเลยค่ะ ฮือออออ เราเป็นแฟนเกิร์ลที่โลภมาก เทะเก๋อะไรมาก็จะเสพหมดค่ะ 555+

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s